Content on this page requires a newer version of Adobe Flash Player.

Get Adobe Flash player

Content on this page requires a newer version of Adobe Flash Player.

Get Adobe Flash player

                 

ปวดคอ โรคของคนทำงาน
สาเหตุของอาการปวดคอมักเกิดจากอริยาบถที่ผิดสุขลักษณะในชีวิตประจำวัน อาทิ

  1. นอนคว่ำเป็นประจำ นอนหมอนสูงเกินไป การสลัดคอ สลัดผม หรือใช้คอกับไหล่หนีบโทรศัพท์ เล่นดนตรีที่ จะต้องวางบนบ่าและใช้คอยันไว้
  2. งานที่ต้องเกร็งไหล่ทั้งสองข้าง หรือก้มๆ เงยๆ บ่อย เช่น เย็บผ้า พิมพ์ดีด ใช้คอมพิวเตอร์
  3. นั่งทำงานกับโต๊ะ เก้าอี้ที่ไม่ได้สัดส่วน
  4. การนั่งหลับ หรือนั่งสัปปะหงก
  5. อุบัติเหตุที่ทำให้เกิดการเคลื่อนไหวของคอทันที เช่น รถชนท้าย ตกจักรยานยนต์ หกล้ม
  6. การเจ็บป่วยอื่นๆ เช่น ภาวะข้อเสื่อม โรครูมาตอยด์ เป็นต้น

อาการปวดคอ

  1. ปวดเมื่อยต้นคอ คอเคล็ด เอี้ยวคอไม่ถนัด อาจเจ็บเป็นๆ ทายๆ อาจมีอาการตั้งแต่น้อยถึงมากได้
  2. ต่อมาจะมีอาการปวดร้าวลงบ่า ลงแขนและสบัก (สบักจม) มีอาการปวดร้าวที่ปลายแขนศอก บางทีมีอาการคล้ายข้อมือซ้น มืออ่อนแรง หยิบของมักตกบ่อยๆ หรือจับปากกาไม่ค่อยอยู่ อาจเจ็บโคนนิ้วหัวแม่มือ ชาที่นิ้วมือ ข้อมือและแขน
  3. ต่อมาจะเจ็บหัวไหล่เวลานอนตะแคง กล้ามเนื้อและหน้าอกข้างนั้นจะค่อยๆ ลีบลง ไหล่ติด ยกแขนหรือเกาหลังไม่ได้
  4. หากทิ้งไว้จนเป็นมากขึ้นจะปวดศีรษะข้างเดียว หรือปวดทั้งศีรษะ ลมออกหู หายใจไม่เต็มอิ่มอาจมีอาการ เวียนศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน

การรักษาและการป้องกัน

  1. การรักษาด้วยตนเอง
    1. ใช้หมอนที่เหมาะสมหนุนบริเวณต้นคอ ไม่หนุนบริเวณศีรษะหรือใช้หมอนที่แข็งหรือสูงเกินไปจนทำให้ศีรษะกระดกขึ้น หมอนหนุนที่ถูกต้องจะรองบริเวณก้านคอ เมื่อนอนหงายกลางหมอนคอจะเป็นรูปสะพานโค้ง และคอจะขนานกับพื้นเวลานอนตะแคง หากสงสัยควรปรึกษาแพทย์เพื่อเลือกใช้หมอนที่เหมาะสมกับตนเอง เพราะลำคอ รูปศีรษะ และความหนาของลำตัวแต่ละคนไม่เท่ากัน
    2. ไม่ควรนอนคว่ำเป็นประจำเพราะจะทำให้ลำคอบิดผิดท่าและเกิดปวดคอได้
    3. ไม่ควรสลัดผมบ่อยๆ (ทรงผมที่ปรกหน้าอาจเป็นสาเหตุของโรคปวดคอได้)
    4. ควรใช้โต๊ะทำงานและเก้าอี้ที่ได้สัดส่วนกัน ไม่ต้องก้ม ไม่ทำให้หลังโกง
    5. การนั่งรถ ไม่ควรปรับพนักอิงให้เอนเกินไปเพราะลำคอต้องเกร็งอยู่ตลอดเวลา และควรมีที่หนุนที่รองรับ ก้านคอได้พอดี
    6. หากทำงานที่ต้องก้มคอเป็นระยะนานๆ เช่น เย็บผ้า เขียนรูป อย่านั่งนานและพยายามเปลี่ยนท่าบ่อยๆ
  2. ใช้เครื่องพยุงคอ หรือใช้ม้วนผ้าขนหนูที่หนาและยาวพอที่จะพยุงรับน้ำหนักพันรอบคอไว้เพื่อจำกัดการ เคลื่อนไหวและลดน้ำหนักของศีรษะให้กดลำคอน้อยลง และใส่ให้นานพอให้อาการดีขึ้น
  3. ประคบร้อนหรือประคบเย็น ใช้ความร้อนหรือความเย็นประคบบริเวณที่ปวด 15 - 20 นาที แล้วทายาแก้ปวดและนวดเบาๆ เพื่อลดการเกร็งของกล้ามเนื้อ
  4. บริหารกล้ามเนื้อคอ เมื่ออาการทุเลา จึงเริ่มบริหารกล้ามเนื้อคอ

ท่าบริหารกล้ามเนื้อคอ

ท่าที่ 1 ใช้กำปั้นยันหน้าผากเหมือนจะให้หงายไปข้างหลัง เกร็งศีรษะสู้กับแรงโดยรักษาระดับให้หน้าตรงอยู่เสมอ
ท่าที่ 2 ใช้กำปั้นด้านนิ้วมือกดลงด้านหลังในบริเวณที่ทุยของศีรษะ เกร็งศีรษะสู้โดยรักษาระดับให้หน้าตรงอยู่เสมอ
ท่าที่ 3 กำมือและเอาสันมือยันเหนือกกหู (บริเวณทัดดอกไม้) และเกร็งศีรษะสู้ทีละข้าง โดยรักษาระดับศีรษะให้ตั้งตรงอยู่เสมอ
ท่าที่ 4 ใช้สันมือบริเวณฐานของหัวแม่มือยันขากรรไกรทีละข้าง แล้วเกร็งหน้าสู้ ไม่ให้หน้าหมุนไป

ขอขอบคุณข้อมูลจาก www.sukumvithospital.com
>>>àÇçºÅÔ§¤ìÃéҹ˹ѧÊ×Í<<<
se-ed


PR Pubishing