
มองต่างมุม
จะรื้อถอน...รัฐบาล
ความร้อนแรงของสถานการณ์การเมืองไทยเริ่มครุกรุ่นขึ้นมาอีกครั้ง หลังจากที่อดีตนายกรัฐมนตรี
นอกเมืองไทย โฟนอิน ออกมาระบุชื่อผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำรัฐประหารรัฐบาลสมัยตนใน
ปี2550 ครานี้เล่นเอาคนในวงการเมืองหลายท่านหัวเริ่มหมุน
ภายหลังกลุ่มคนเสื้อสีแดง ออกมาแสดงพลังเพื่อขับไล่รัฐบาลอภิสิทธิ์ โดยอ้างถึงการทวงคืน
ประชาธิปไตยเพื่อประชาชน จนเกิดการฉายภาพอดีตนายกคนดังต่อหน้าที่ชุมนุม สามารถแสดงตัวตนออกสู่สายตาประชาชนได้อีกครั้ง มาครั้งนี้สร้างความรุ่มร้อนให้กับการเมืองไทย
ไม่น้อย พร้อมทั้งของแถมถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองของไทยที่ออกมา
บอกแบบจี้จุดตรงตามConceptว่า "รัฐบาลต้องยุบสภาแล้วนำเอารัฐธรรมานูญปี2540 กลับมาใช้ใหม่"
ซึ่งทางฝ่ายรัฐบาลเองก็ยังคงยืนยันถึงแนวทางปฏิรูปการเมือง โดยการร่วมกันของทุกๆฝ่ายโดยอาศัยการพูดคุยระหว่างกันให้เคลียร์กันเป็นข้อๆไป
กว่าจะเข้ามาบริหารประเทศใช่ว่าจะง่ายๆ แล้วจะให้ออกจากหน้าที่ง่ายๆ คงต้องมานั่งคุยกันใหม่ ให้เรื่องมันยาวหลายกิโลเมตร คราวนี้หวังแต่เพียงว่าจะไม่เกิดกงเกวียน กำเกวียน ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยเดิมถึงขั้นต้องเสียแขน เสียขากันอีก ...เวรต้องระงับโดยการไม่จองเวร...
อย่างงี้คงต้องบอกว่า "...ความแค้น รอ 20 ปีแล้วค่อยล้างก็ยังไม่สาย..."แต่ต้องดูช่วงจังหวะและ
เวลาให้ดีทีเดียว จุดไฟเผาเรือนที่ตนพักอาศัยอยู่เพื่อขจัดปลวกคงไม่ใช่เรื่องที่คนฉลาดเขาทำกันแน่
ไหนจะเรื่องเศรษฐกิจ ไหนจะเรื่องการเมือง ไหนจะเรื่องส่วนตัว ไหนจะเรื่องพรรค ไหนจะเรื่องพวกพ้อง ระวิงวุ่นวายกันไปหมด อย่างงี้เงื่อนปมมันไม่ได้คลายกันทีละเปราะ แต่มันต้องคลี่ทีเดียวให้หลุดปม
กันหลายปมกันเลยทีเดียว สงสารคนที่เข้ามานั่งแก้ปัญหา คงกุมขมับวันละหลายๆครั้ง
ภายหลังเสร็จสิ้นการอภิปรายไม่ไว้วางใจมาหมาดๆ...กลุ่มฝ่ายตรงข้ามก็เข้ากรุ้มรุมเล่นกันแบบผลัด
เปลี่ยนหมุนเวียนกันไป แทบจะไม่ให้หายใจหายคอกันเลยทีเดียว คนที่นั่งกลุมขมับมากครั้งกว่าผู้นำ เห็นทีจะหนีไม่พ้นประชาชนคนทำงานหาเช้ากินค่ำอย่างเราๆ ที่ต้องคอยลุ้นอยู่ว่า รัฐบาลชุดนี้เขาจะเข้ามาแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจให้ผ่านพ้นไปได้หรือไม่ เพราะคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชนขึ้นอยู่กับสถานการณ์บ้านเมืองในขณะนี้แล้ว
วิงวอนและร้องขอ จะอย่างไรก็ขอกลุ่มคนเสื้อสี(อะไรก็ตาม)ให้โอกาสผู้กุมบังเหียนของชาติได้
แก้ไขปัญหาเศรษฐกิจให้ลุล่วงไปก่อนก็แล้วกัน แล้วค่อยมาว่ากันเรื่องใครดีใครไม่ดีอย่างไร
ไม่ได้ฝักใฝ่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งนะครับ ผิดก็ว่ากันไปตามผิด ถูกก็ว่ากันไปตามถูกกันอยู่แล้ว แต่จะยุบ จะล้มอย่างไร ขอให้บ้านเรา เมืองเรา ได้ผ่านพ้นวิกฤติเศรษฐกิจไปให้ได้เสียก่อนจะดีไม่น้อยทีเดียว
ไม่เห็นแก่ชาติหรือประชาชน ก็ขอให้เห็นแก่ตนเอง ก่อนจะคิดทำอะไรลงไป อย่างน้อยๆเราก็
มีบ้านให้พักอาศัย อย่าเพิ่งรื้อบ้านทิ้งเสียก่อน เดี๋ยวจะไม่มีทุนสร้างบ้านใหม่นะครับ ด้วยความปรารนาดีจากใจจริง
ลูกหลานจะได้มีบ้านพักอาศัย อย่าให้มันต้องล้มครืนลงมาเพราะคนในบ้านมาขัดแย้งกันเองถึงขนาดต้องรื้อบ้านถอนเรือนนอน
ของตนเองทิ้ง กะว่า...ถ้าฉันไม่ได้อยู่ คุณก็อย่าหวังว่าจะได้อยู่เลย"
ขืนเป็นอย่างนี้ต่อไป "...ก็อย่าหวังเช่นกันว่า ใครจะได้อยู่บ้านนี้ได้อย่างสงบสุข..." แล้วจะเอาหน้าไปมองลูกหลานที่เพิ่งคลอดออกมาได้อย่างไรครับ
ศักดิ์ศรีของคนในชาติอยู่ที่ไหนครับ ระหว่างความหาญกล้าที่จะยอมรับ...ประนีประนอมเพื่อประดับประคองให้ชาติอยู่รอดจากวิกฤติ หรืออยู่ที่การช่วงชิงเพื่อเป็นผู้ชนะท่ามกลางซากปรักหักพังของบ้านเมือง...
คิดเอาเองก็แล้วกันครับ...
ปากกาไม้
30/03/52
|